วันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ประวัติส่วนตัว


                                       ประวัติส่วนตัว                                            





ชื่อ นางสาว ศศิวิมล เมืองด้วง 

ชื่อเล่น มุ

วันเกิด 5 มีนาคม พ.ศ.2542

ที่อยู่ 4/44 ม.10 ต.วัดประดู่ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี

เบอร์โทรศัพท์ 0964957846 

กำลังศึกษาอยู่ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/4 

โรงเรียนสุราษฎร์พิทยา

line ID  mumichimi 


การจัดสวน


หลักเบื้องต้นของการออกแบบสวน

1. การกำหนดรูปร่างหรือแบบ (style) ในการจัดสวนในส่วนของบริเวณที่เลือกแล้วนั้นขึ้นอยู่กับรสนิยม และความชอบของเจ้าของบ้าน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ
      1.1 แบบรูปทรงเรขาคณิต (Formal) คือการจัดโดยอาศัยรูปทรงเรขาคณิตต่าง ๆ มีการแสดงออกของเส้นตรง และเส้นนี้จะแสดงความรู้สึกว่า บริเวณด้านซ้ายและด้านขวาเหมือนกันทุกประการ รูปแบบนี้เหมาะสำหรับพื้นที่จำกัด หรือในบริเวณส่วนด้านหน้าของหน่วยงานราชการ และบริษัทต่าง ๆ การจัดสวนประเภทนี้จะดูเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่การดูแลรักษาค่อนข้างสูง เพราะต้องตัดแต่งต้นไม้อยู่เรื่อย ๆ
     1.2 แบบธรรมชาติ (Informal) คือการจัดใช้เส้นอิสระ (Free Form) มักเป็นโค้งรูปตัว ‘S’ ดูเป็นธรรมชาติ อ่อนช้อยไม่เป็นเหลี่ยมมุม ต้นไม้ใช้รูปทรงตามธรรมชาติ ไม่ตัดแต่งเป็นรูปทรงเรขาคณิต การจัดสวนแบบธรรมชาตินี้เหมาะกับบ้านทั่ว ๆ ไปหรือสวนสาธารณะ และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ

2.วัสดุอุปกรณ์ในการตกแต่งสวนที่จำเป็น

      2.1 การเตรียมพื้นที่ คือจะต้องทำบริเวณพื้นที่ที่จะจัดสวนให้เรียบโล่ง เหลือไว้แต่สิ่งที่เราจะใช้ประโยชน์ได้ในภายหลัง เช่นต้นไม้ใหญ่ ๆ หิน เนินที่มีอยู่เดิม การปรับพื้นดินทำโดยการรดน้ำจนเปียก แล้วจึงใช้ลูกกลิ้งบดให้เรียบ ระดับโดยรวมควรลาดเอียงไปยัง ทางท่อระบายน้ำ และลาดเอียงออกจากตัวบ้าน เก็บเศษวัสดุ ก้อนหิน หญ้า และวัชพืช ที่ไม่ต้องการทิ้งให้หมด
     2.2 ต้นไม้ ต้นไม้ที่ใช้ในการตกแต่งสวนนั้นได้แก่ ไม้ยืนต้น, ไม้พุ่ม, พืชคลุมดินและหญ้า
     2.3 วัสดุปูพื้น วัสดุปูพื้นของสวนในบ้านหมายถึง ส่วนใช้งานที่ต้องการผิวพื้นที่ไม่ใช่สนามหญ้าเพื่อทนการเหยียบย่ำ
    2.4 รั้ว การออกแบบหรือตกแต่งบริเวณภายในบ้านนั้น นอกจากรั้วรอบบ้านที่ใช้แสดงขอบเขตของพื้นที่ และป้องกันอันตรายจากภายนอกแล้วเรายังต้องการเป็นเครื่องประดับสวนให้งดงามอีกด้วย การเลือกแบบของรั้วนั้นขึ้นอยู่กับแบบของบ้านและรูปทรงของบริเวณสวน สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะได้แก่ รั้วไม้, รั้วอิฐบล๊อค และ รั้วเหล็ก หรือรั้วอัลลอยด์
   2.5 หิน การใช้หินมาตกแต่งสวนนั้นจะต้องใช้หินชนิดเดียวกัน แต่ให้แตกต่างกันที่ขนาดไม่ควรใช้หินหลากหลายชนิดในพื้นที่เดียวกัน หินที่นิยมใช้ในการจัดสวนคือ หินแม่น้ำ หินทะเล หินกาบ หินชั้น โดยทั่วไปแล้ว มักใช้หินนำมาจัดเป็นสวนหย่อม
  2.6 เก้าอี้ชุดสนามและม้านั่งต่าง ๆ จัดเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญในสวน เพราะการมีเก้าอี้สนามไว้ในสวนแสดงให้เห็นถึงการเชื้อเชิญให้หยุดพักผ่อน และนั่งเล่น ดังนั้น เก้าอี้ชุดสนามควรมีอายุการใช้งานที่นาน ทนแดดทนฝนได้ดี ส่วนมากจะทำมาจากวัสดุ ประเภท ไม้ หินขัด หินธรรมชาติ เหล็กหล่อ อัลลอยด์
  2.7 รูปปั้น การนำรูปปั้นมาตกแต่งสวนนั้น เป็นวิธีการเรียกร้องความสนใจอีกอย่างหนึ่งซึ่งเป็นองค์ประกอบที่บังคับให้คนมอง โดยเฉพาะรูปปั้นที่เป็นรูปคนมักจะเป็นจุดสนใจสร้างจินตนาการให้ระลึกถึงอดีตเป็นงานศิลปะ ที่มีค่ามากในการนำมาตกแต่งสวน เช่นรูปปั้นดินเผา
  2.8 กระถาง หรือ ภาชนะบรรจุต้นไม้ต่าง ๆ เป็นองค์ประกอบที่ช่วยเสริมบริเวณสวนให้ดูสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น กระถางที่ดีควรมีรูระบายน้ำด้วย

  2.9 น้ำและไฟในสวน น้ำเป็นสิ่งที่เสริมสร้างความรื่นรมย์แก่ผู้ใช้เป็นอย่างมาก เสียงหรือแสงระยิบระยับของน้ำยามต้องแสงแดด หรือเงาที่สะท้อนตามพื้นน้ำจะช่วยให้สวนมีชีวิตชีวามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสระน้ำ น้ำพุ หรือน้ำตก

การจัดตกแต่งบ้าน

การจัดตกแต่งบ้าน จะทำให้บ้านของเราสวยงาม ไม่น่าเบื่อ และยังตอบสนองความต้องการ และการใช้ชีวิตของผู้อาศัยอีกด้วย ดังนั้นเราควรออกแบบวางแผนการจัดบ้าน ตกแต่งบ้านเพื่อให้ได้บ้านที่น่าอยู่ สวยงามเป็นระเบียบ
1.การจัดแต่งโซนบ้านอย่างเป็นสัดส่วน
      บ้าน ควรมีการวางแผนผังของบบ้าน ตำแหน่งของห้อง และการใช้ประโยชน์ของแต่ละพื้นที่ให้เหมาะสม  เช่น ห้องรับแขก  ควรอยู่ด้านหน้าสุดของตัวบ้าน เพื่อใช้ต้อนรับแขกที่มาหา ส่วนห้องน้ำ ควรอยู่ใกล้กับห้องรับแขก ให้สามารถเข้าใช้งานได้สะดวก ห้องนอน ควรอยู่บริเวณด้านหลังของตัวบ้าน เพื่อป้องกันเสียงรบกวนในขณะที่นอนหลับ ห้องครัว ควรอยู่บริเวณด้านหลังของตัวบ้าน เพื่อป้องกันกลิ่น และควันจากการทำอาหาร แต่ไม่ควรสร้างติดกับห้องนอน เพราะจะเป็นการรบกวนการนอนหลับของคุณ

2.การจัดตกแต่งผนังห้อง
       ไม่ ควรกั้นผนังห้องมากเพราะทำให้ดูอึดอัด ห้องที่สามารถใช้ร่วมกันได้ เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก ห้องทางข้าวอยู่ในโซนเดียวกัน จะทำให้บ้านดูโล่ง สามารถมองเห็นวิวภายนอก  ยังได้รับแสงแดด ส่วนผนังสามารถทาสี หรือ เปลี่ยนวัสดุตามกว้างของพื้นที่ใช้ประโยชน์ เพื่อแบ่งโซนการใช้งานได้ นอกจากนั้นยังสามารถตกแต่งหน้าต่าง ด้วยผ้าม่านเพื่อความสวยงาม กันแสง และเพื่อความเป็นส่วนตัว ส่วนผนังตกแต่งด้วยภาพหรือกระจกเงา ส่วนพื้นที่มุมห้องให้ตั้งกระถางดอกไม้ประดับเพื่อความสวยงามและสบายตา

3. การเดินทางเข้าออก สะดวก

     การ จัดวางแผนผังการเข้าออกบ้าน ให้สะดวกในการเดินทางติดต่อถึงกันสะดวก เช่น ระยะห่างจากประตูรั้วกับประตูบ้าน ระยะห่างจากตัวบ้านไปยังบริเวณอื่นนอกตัวบ้าน เช่น พื้นที่ซักล้าง ตากผ้า และครัวหรือโรงรถที่แยกอยู่ต่างหาก หรือระหว่างห้องนอนพ่อแม่กับห้องนอนลูก ระหว่างห้องครัวกับห้องกินข้าว และห้องนอนกับห้องน้ำ ฯลฯ

4.พื้นสามารถแบ่งโชนสัดส่วนการทำกิจกรรมในบ้านได้

       พื้น บ้านควรแต่งพื้นบ้านโดยเน้นให้เข้ากับตัวบ้าน แล้วเราสามารถเลือกตกแต่งพื้นบ้าน โดยใช้ความต่างของวัสดุ สี ลวดลายสามารถแบ่งโชนสัดส่วนการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ การแบ่งเส้น ตีกรอบลวดลายที่แตกต่าง หรือความต่างของระดับย่อมช่วยแสดงอาณาเขตของส่วนที่ตั้งใจให้ดูแยกส่วนกัน ได้ หากพื้นที่มีขนาดเล็กก็ไม่ควรมีลวดลายสีสันต่างกันมากเพราะทำให้ขาดการต่อ เนื่องของพื้นที่ นำไปสู่ความรู้สึกขัดตาได้ ควรใช้รูปแบบเดียวกัน หรือโทนสีไปในทางเดียวกันก็ได้ หรือการปูพรมผืนก็เป็นลูกเล่นบนพื้นอีกอย่างหนึ่งที่ช่วยจำกัดขอบเขตและแบ่ง กลุ่มของกิจกรรมได้ชัดเจน และสามารถเปลี่ยนลายใหม่ได้เมื่อต้องการ
ส่วน วัสดุพื้นไม้บาไก้ ข้อดีคือไม้จะไม่ดูดซับความเย็น เวลาเดินจะรู้สึกไม่เย็นเท้า เหมาะกับห้องนอน ข้อเสียคือ การแต่งบ้านด้วยพื้นไม้เวลาโดนน้ำทำให้พื้นบ้านร่อนได้ง่าย และสีของเนื้อไม้ก็จะซีดได้ง่ายด้วย ส่วนพื้นกระเบื้อง ข้อดีคือ มีความแข็งแรง ทนทาน กันน้ำได้ดี ทำความสะอาดง่าย มีให้เลือกหลายสีหลายแบบ แต่ข้อเสียคือ แบบกระเบื้องมักล้าสมัย อยากเปลี่ยนใหม่ต้องรื้อทำใหม่หมด หากมีกระเบื้องแตกอาจหาลายเดิมไม่ได้ หรือหายาก


5.เพดานฝ้าช่วยกำหนดขอบเขตของพื้นที่ที่เห็นได้ชัดเจน

        ลักษณะ ของฝ้าเพดานก็ช่วยในการกำหนดขอบเขตของพื้นที่ในบ้านให้เห็นได้ชัดเจน นอกจากนี้ยังเป็นเสมือนเส้นกรอบให้การวางตำแหน่งโคมไฟฟ้าทำได้ง่ายขึ้นด้วย  

6.แสงจากการวางตำแหน่งดวงโคมในพื้นที่ต่างๆ

       การ วางตำแหน่งดวงโคมในพื้นที่ต่างๆ ต้องคำนึงถึงแสงสว่างสำหรับการใช้งาน ที่ต้องมีให้พอเพียงต่อการใช้งานอะไรก็ตามที่จะเกิดในบริเวณนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นไฟฝังเพดาน โคมแขวนหรือโคมตั้งโต๊ะ-ตั้งพื้น หรือแม้แต่การแบ่งกลุ่มการเปิดปิดสวิตช์ไฟฟ้า จึงเสมือนเป็นการจัดกลุ่มความสว่างให้สอดคล้องกับการใช้สอยที่จะเกิดใน พื้นที่นั้นๆ ไปในตัว

 

 

 7.การวางตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์

     แบ่ง เนื้อที่และจัดเครื่องเรือนให้สอดคล้องกับกิจกรรมในบ้าน และต้องไม่ทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกอึดอัด การจัดวางชุดรับแขก โต๊ะกิจข้าว การหันของโซฟา เก้าอี้ เข้าหาโต๊ะกลางจะช่วยกำหนดขอบเขตของกิจกรรมนั้นๆ หรือวงเคาน์เตอร์ครัวที่กั้นกับพื้นที่ภายนอกช่วยบอกให้รู้ได้เป็นอย่างดี ว่าเขตของกิจกรรมทำครัวควรจะอยู่ในพื้นที่ใดบ้าง กรณีห้องขนาดกว้างก็ไม่ควรจัดเครื่องเรือนกระจัดกระจาย ซึ่งจะทำให้เปลืองแรงและเสียเวลาเกินความจำเป็น การเลือกใช้เครื่องเรือนควรเลือกที่ง่ายต่อการดูแลรักษาและทำความสะอาด เมื่อใช้แล้วควรจัดเก็บอุปกรณ์เครื่องใช้ให้เป็นที่เป็นทาง โดยจัดเก็บไว้ในห้องเก็บของตู้ หรือชั้นวางของ เพื่อให้บ้านดูสะอาด ไม่รกรุงรัง มีระเบียบ และไม่ต้องเสียเวลาในการค้นหา

8.บ้านต้องมีการตกแต่งบริเวณบ้านให้น่าอยู่

      การ จัดตกแต่งสวน บริเวณบ้านจะช่วยให้บ้านดูร่มรื่นสวยงามน่าอยู่ ต้นไม้จะช่วยลดความกระด้างของตัวอาคาร ร่มเงาของต้นไม้ช่วยคลายความร้อน บริเวณรอบนอกสามารถจัดเป็นลานนั่งเล่น เป็นที่พักผ่อนรับแขก จัดเลี้ยงในหมู่เพื่อนฝูง และยังใช้เป็นมุมสงบส่วนตัวได้เป็นอย่างดีอีกด้วย    แต่งสวนหน้าบ้านให้ร่มรื่น โดยการปลูกต้นไม้ไว้รอบๆบ้าน อาจจะปลูกต้นไม้ใหญ่สลับกับต้นไม้เล็กๆ หรืออาจจะปลูกพืชสวนครัวไว้เก็บไปทำอาหารด้วยก็ได้ แล้วที่สำคัญควรปลูกหญ้าไว้รอบๆบ้านด้วย เพราะจะช่วยสร้างความร่มรื่น เย็นสบาย ลดความร้อนที่จะเข้ามายังตัวบ้าน และยังเป็นการสร้างอากาศดีบริสุทธิ์ให้กับบ้านของเราอีกด้วย

9.จัดแต่งรั้ว และระเบียงบ้านให้เข้ากับคุณ

        การ แต่งรั้ว และระเบียงบ้านจะช่วยสร้างบรรยากาศที่น่าอยู่ให้กับบ้านอีกทางหนึ่ง หากชอบความเป็นธรรมชาติการสร้างรั้วด้วยไม้ แต่ข้อเสียคือจะไม่ค่อยแข็งแรง หรืออาจจะสร้างด้วยกำแพงปูนตกแต่งให้สวยได้หลายๆแบบ ข้อดีคือแข็งแรงทนทาน  ซึ่งการเลือกตกแต่งรั้วบ้านก็ขึ้นอยู่กับรสนิยม และงบประมาณของเจ้าของบ้านด้วย